change
posted on 23 Jun 2010 22:53 by kopichaโกปิชาวันนี้
หลายอย่างเปลี่ยนไป
ตาม ความเหมาะสม และฤดูกาล
แต่เราก้หวังว่า ทุกคนจะรัก โกปิชาเหมือนเดิม ...
โกปิชาวันนี้
หลายอย่างเปลี่ยนไป
ตาม ความเหมาะสม และฤดูกาล
แต่เราก้หวังว่า ทุกคนจะรัก โกปิชาเหมือนเดิม ...
ในที่สุดฤดูที่ฉันเหงาก็มาถึงงงงงงง
จะฤดูอะไรซะอีก ก็ฤดูฝนนี่แหละ
ตอนนี้นอกจากโกปิชาจะเจอฝนแล้ว
ยังต้องมาเจอกับบอลโลกอีกตะเอง
ร้านเลยยิ่งเงียบเข้าไปอีก
แบบว่าบางวันไปร้านแบบเซ็งๆ เพราะเข้าจิง
โกปิชามันต้องเป็นอะไรที่วุ่นๆวายๆ ช้าๆ
แต่ตอนนี้มันเงียบเหงา เกิ๊นนนน
แบบว่าชิวมากกกก
ถ้าหากว่าใครที่ต้องการอะไรที่มันชิวๆ ขอแนะนำเลยว่า
ต้องมาโกปิชาช่วงนี้แหละ เหมาะสุดละ
..
มีอย่างนึงที่น่าแปลกใจที่เกิดขึ้นกับที่ร้าน
คือว่าเวลาคิดถึงลูกค้าคนไหนที่หายไป
เป็นอันว่าอีกวันลูกค้าคนนั้นจะต้องมาในวันถัดมาทุกที
อย่างล่าสุดกำลังนึกว่า เอ๊ะใครหว่าอยู่ที่ร้านในวันฝนตก
เราคิดถึงลูกค้ากลุ่มหนึ่งพอดี เพราะคิดว่าน่าจะใช่ แล้วมันก็ใช่จริงๆด้วย
ดีใจๆ แล้วเมื่อวานก็คิดถึงแกงค์ลุงหมี พี่บูบู๊ พี่แชมป์ และพวกพี่เค้าก็มากัน
ดีใจๆๆๆ แอบคิดถึง เอาความจริงแล้ว ทุกคนที่ร้านเหมือนเป็นองค์ประกอบของโกปิชา
เหมือนเป็นส่วนหนึ่ง เหมือนเป็นตัวละคร ที่ทำให้โกปิชา เหมือนมีชีวิต
จะว่าไป เราน่าจะลองทำละครที่โกปิชาดูดีไหม เหมือนมันเป็นฉากละครที่มีชีวิตเลย
ลูกค้าแต่ละโต๊ะ จะมีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง
ทุกอย่างเหมือนฉากละครที่จัดวางไว้ เหมือนจริงๆ นะไม่เชื่อลองสังเกตุดู
อูยยยย คิดเยอะไปไหน
ทีแรกเดือนนี้ มีประกวดภาพถ่่าย ก็เริ่มๆมีคนส่งมาบ้างแล้ว
กะว่าจะฉายหนังสั้น แต่ก็นิ่งไว้ก่อน อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ซักกะวัน
อยากบอกว่า เพื่อนๆทุกคนที่มาที่ร้าน
เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรามีกำลังใจต่อไปในแต่ละวันมากๆ
ไม่รู้ว่ามันจะเว่อร์ไปไหม แต่ก็นั่นทุกอย่างมันชขับเคลื่อนด้วยหัวใจ
น้ำแต่ละแก้ว อาหารแต่ละอย่าง รอยยิ้มหรืออะไรก็แล้วแต่มันมาจากความตั้งใจของใจจริงๆ
ดีใจที่เวลาหลายคนมาที่ร้านแล้วได้หัวเราะ ดีใจที่เป็นพื้นที่ที่ทำให้มีพื้นที่ในการแชร์ความคิด
จะบอกว่าวันไหนไม่มีตังค์มากินฟรีก็ได้ แค่มาก็ดีใจแล้ว..นะจ๊ะบอกให้....
ที่ที่อยู่แล้วมีความสุข ... ไม่จำเป็นต้องหรูหราหรือใหญ่โตอะไร
แต่ที่ว่าที่ไหนที่เราอยู่จะทำให้ใจเราสบายได้ เท่านั้นแล...
จบอะไรของตูว่ะเนี่ยยยย
edit @ 15 Jun 2010 12:40:16 by kopicha
edit @ 15 Jun 2010 12:43:54 by kopicha
edit @ 15 Jun 2010 12:51:20 by kopicha
"หลายครั้งที่ชีวิตสวยงามกว่าความฝัน และหลายหนที่ความฝันสวยงามกว่าชีิวิตจริง มันขึ้นอยู่กับว่าชีวิตเป็นของใครและใครคนนั้นกำลังฝันถึงชีวิตอย่างไร"
เป็นช่วงเวลาที่สมองได้พักวาง การได้อยู่เงียบๆ กับความคิด
หยิบหนังสือของ ภาณุ มณีวัฒนกุล ขึ้นมาอ่าน
ไม่ว่ากี่ครั้ง ก็ยังหลงรักกับ ประโยคที่ปรากฏอยู่ข้างบน
การได้ทำในสิ่งที่รัก อยู่กับสิ่งที่ชอบ
มันคือการหยิบเอาความฝันมาประกอบร่างให้เป็นชีวิตจริง
โชคดีที่ในชีวิตมีโอกาสได้ทำสิ่งที่รักที่ชอบอยู่หลายอย่าง
ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นอะไร จะหยิบหัวใจลงไปด้วยเสมอ
และก็มีหลายครั้งที่หัวใจวิ่นแหว่งจากการกระทำ
มักจะย้อนกลับมาถามตัวเองว่า
ยังรักที่จะทำมันอยู่หรือเปล่า เจ็บช้ำกับมันมากไหม
ใจสู้หรือเปล่า . . .
คนเรามี "ศักดิ์ศรี" ไม่เท่ากัน
ในเมื่อได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบ แต่ปัจจัยประกอบมันทำให้หัวใจวิ่นแหว่ง
ก็ป่วยการที่เราจะเอาใจเข้าไปเกลือกกลั้วให้บอบช้ำ
ทางเลือก ทางลัดของชีวิตมันยังมีอยู่มาก
อยู่ที่ว่าใครจะเลือก แวะพัก หรือ เดินทางต่อไปทางไหน
เพราะสุดท้าย จุดหมาย ของแต่ละคนมันย่อมเป็นคนละเส้นทางอยู่แล้ว
เราต่างเดินทางมุ่งหน้าไปถึงจุดหมายของตัวเอง แต่ทว่า ระยะทางมันอาจไม่ราบเรียบเหมือนกันทุกคน
. . .
เส้นทางชีวิตที่เลือก อาจทำให้สะดุดเดินทางช้า
แต่หัวใจก็ยังยิ้มได้
ภูมิใจที่ ศักดิ์ศรี ยังคงอยู่
ตัวตน ยังงดงามอยู่ในความฝันและความจริงที่เป็นตัวเอง
. . .
บางครั้งเราอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น
แต่เราเกิดมาเพื่อเป็นอีกหลายสิ่ง
ที่ทำให้เรา "ภูมิใจในตัวเอง"
ได้มากกว่าการ "ทนอยู่" และตัวตนของตัวเองก็ถูกขยี้บดซ้ำ
เจ็บปวดกับการกระทำของคนอื่น ดีกว่า เจ็บปวดกับการกระทำของตนเองหลายเท่านัก
. . .
แสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์
ทำให้ได้คำตอบกับตัวเองว่า
"ทำในสิ่งที่เราภูมิใจ และศักดิ์ศรีเราคงอยู่เถอะ"
ศักดิ์ศรีจริงอยู่กินไม่ได้ ซื้อข้าวกินไม่อิ่ม แต่ . . . ใจอิ่ม
"ชีวิต มันขึ้นอยู่กับว่าชีวิตเป็นของใครและใครคนนั้นกำลังฝันถึงชีวิตอย่างไร"
อย่างน้อยก็กล้ายืนหยัดกับหัวใจตัวเองเท่านั้นเอง
"ทำในสิ่งที่รัก อยู่กับสิ่งที่ชอบ ในองค์ประกอบที่ใช่"
กินไม่ได้แต่ภูมิใจชะมัด
ชีวิตเรา เรากำหนดเอง . . .
. . .
บันทึกกันลืม
การได้ยืดอกรับกับการกระทำของตัวเอง แม่ง . . . แมนและสะใจสุดสุด
ป.ล. คัดลอกมาจากในเฟสบังนาฟอีกที ...อ่านแล้วมีพลังดีจัง
อยากจะบอกว่า
ในวันที่ฝนตก...เป็นวันที่ร้านเราน่ารักมากๆ
ใครที่มาโกปิชา
แล้วยังไม่เจอวันฝนตก
ถือว่ายังมาไม่ถึง
ฝนตกครั้งแรก
มีลูกค้าหนึ่งโต๊ะ ...
เป็นเด็กๆมอปลายไปเที่ยวเกาะล้านเพิ่งกลับมา
เลยมาแวะกันที่ร้านเรา มากันสี่คนมาถึงกันปุ๊บ
ฝนเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง ... น้องคนนึงปวดฉี่เลยไปเข้าห้องน้ำ
ออกมาตัวเปียกเพื่อนๆทำหน้างง เมิงเปียกได้ไง
จะไ่ม่ให้เปียกได้ไง ในห้องน้ำไม่มีหลังคา
...ห้าห้าห้า
วันนั้นมีอีกโต๊ะ คือบังกอน พี่วา และตา
หลังคารั่ว ... จะนั่งตรงไหนก็รั่ว
เปียกกันไปทั่วหน้า...วันนั้นขายได้ แปดสิบหกบาท
ห้าห้าห้า
ฝนตกครั้งที่สอง...หลังคายังรั่วอยู่
วันนั้นไม่มีลูกค้า
ครั้งที่สามที่ฝนตก เราอุดหลังคากันอย่างบ้าคลั่ง
แต่...ก็ยังมีน้ำหยดลงมาอยู่บ้าง
วันนั้นเราแต่งตัวโคตรสวย สวยเว่อร์ แต่ฝนเทลงมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
ลูกค้ากำลังเข้าพอดีเลยยยย ย้ายโต๊ะมานั่งข้างบนกันเกือบททั้งหมดแออัดยัดเยียดบรรยากาศเหมือนอยู่ในผับ
(ไม่เคยไปแต่เคยเห็นในทีวี) ทุกคนยิ้ม สนุก หัวเราะ โดยไม่สนใจว่าฝนจะเทลงมาหนักแค่ไหน
และวันล่าสุด วันที่มีรายการมาถ่ายที่ร้าน
ปรากฏว่าฝนก็ตกอีกครั้ง ..คราวนี้พี่ซูอยู่ที่ร้านด้วย
อยากดูภาพในวีดีโอบ้างจังอะ
...
ไม่ว่าวันไหนๆ โกปิชาก็น่ารักเหมือนเดิม
...
น่ารักยิ่งก่าเดิมมมมอีกกกกกกก
ถึงดูบัญชีร้านแล้วจะพบว่า้ร้านเรากำลังขาดทุนอยู่ก็ตามมม
แต่อีกนิดนึงมันจะต้องดีขึ้นแหละ
...
แล้วจะเอาตังค์ไปฟาดหน้าพี่ซูให้ดู
ห้าห้าห้า
ยังไงตัสและพี่ซูก็สู้ๆนะ
อาทิตย์หน้า...เจอกันกับปาร์ตี้คนเดียวหกกกกกกกกกกกก
วิ้วววว
คิดถึง คิดถึง คิดถึง

เมื่อวานวันจันทร์
เป็นจันทร์แรกที่ลองเปิดร้าน
...
..
วันนี้วันอังคาร
ฝนตก
ร้านรั่ว
ไม่รู้จะจัดโต๊ะยังไง
ช่วยคิดหน่อยดิ
นะ
..
พรุ่งนี้วันพุธ
จ่ายค่าที่
เวลาอยู่คนเดียวก็ดี
จะได้มีเวลาทบทวนตัวเอง
และอัพเดทตัวเอง
..
..
แล้วลูกคิดยังไงละ
..
แม่ดูหนังสือเกี่ยวกับ decorate อยู่
..
เจอกันพรุ่งนี้นะลูก
...แอบฟังเค้าคุยโทรศัพท์...ณ กาแฟอารมณ์ดี
อยากให้โกปิชา
กลับมาคึกกเหมืินเดิมมม
มันหง่าวววววว
แง้ววววว
จาวันที่ห้าอีกแล้วววว
ก๊ากกกกก











edit @ 30 Apr 2010 13:57:53 by kopicha
edit @ 30 Apr 2010 15:19:42 by kopicha
edit @ 30 Apr 2010 15:25:23 by kopicha
edit @ 30 Apr 2010 15:26:37 by kopicha